สวัสดี ชาวโลก

posted on 05 Jan 2012 22:45 by clockrun
 
สวัสดี ชาวโลกอีกครั้ง
 
 
เป็นเอนทรี่แรกในปีนี้
 
 
เป็นเอนทรี่ที่ไม่รู้จะเขียนไปในแนวไหนดี?(อ้าว?)
 
เพราะว่ามีเรื่องให้่เขียนเยอะไปหมด(ออ)
 
 
เพราะฉะนั้นยังไม่เขียนอะไร(อ้าว?)  ขอแผ่เมตตาก่อนละกัน
 
 
สาธุ สาธุ สาธุ
 

ปีนี้อาจจะเป็นปีสุดท้ายของอารยธรรมอันรุ่งโรจน์นี้
 
ยอมรับว่า ผมเป็นคนหนึ่งที่ค่อนข้างเชื่อว่าปีนี้จะมีอะไรแย่ๆเกิดขึ้นกับโลกของเรา
 
 
แน่ๆคือ ภัยธรรมชาติล่ะนะ... เห็นกรุงเทพฯน้ำท่วมมาแล้ว และเราก็เห็นคลื่นสูง 4 - 5 เมตรมาแล้ว
 
ถึงตอนนี้ใครที่ยังคิดว่าธรรมชาติทำอะไรเราไม่ได้ ขอให้เอาหน้าจุ่มเต้าหู้ตายไปซะ
 
เพราะว่าเจ้าไม่ได้อยู่โลกเดียวกับข้าแล้วล่ะ แนะนำให้ย้ายไปยังมิติอื่นก่อนได้เลย

 
ผมเชื่อว่า ปีนี้มีภัยธรรมชาติหนักๆอีกแน่
 
แต่ไอ่ที่เป็นแบบในหนังเรื่อง 2012 ผมว่าคงไม่ถึงขั้นนั้น
 
 
จะว่าไป คนไทยก็มีบุญอยู่นะ แบบว่า โดนน้ำท่วมให้สะดุ้งเล่นๆ
 
จะได้รีบทำระบบระบายน้ำดีๆ เผื่อว่าปีนี้น้ำมาเยอะกว่าปกติอีก เราก็จะไม่เดือดร้อนแล้ว(มั้ง?)
 

แต่ผมก็เคยอ่านเจอคำที่พระรูปหนึ่งท่านกล่าวไว้ จริงเท็จไม่ทราบ แต่ว่ามันก็เป็นไปได้
 
ท่านกล่าวประมาณว่า น้ำจะท่วมกรุงเทพหนัก แบบว่าตึกก็ยังอยู่ใต้น้ำ
 
กลายเป็นเมืองบาดาล คนจะตายเยอะ... พระท่านก็อดสงสัยไม่ได้ว่า
 
บุญบารมีของคนกรุงเทพที่เคยทำมา จะไม่ช่วยพวกเขาเลยเหรอ? (ผมว่าภาคใต้ก็ด้วยแหละ)
 
 
แล้วพระท่านก็เลยคิดว่า น้ำอาจจะท่วมกรุงเทพฯแบบหลอกๆก่อน ท่วมชั่วเวลาหนึ่ง แล้วก็แห้งไป
 
เพื่อให้คนกรุงเทพได้สติ รู้ว่าอยู่ตรงนี้ไม่ได้แล้วนะ น้ำมันจะท่วม...
 
 
อืม.. มันเพิ่งท่วมไปหมาดๆนะ = ="
 
 
ผมเองก็ฟังหูไว้หู... ตอนนี้ก็แค่สั่งพี่สั่งน้องกลับเชียงใหม่ช่วงสิ้นปีนี้เรียบร้อยแล้ว
 
(ไหนว่าฟังหูไว้หู? = =")

คือ คนเราต้องดำรงชีวิตอยู่บนความไม่ประมาท อะไรจะเกิดก็ต้องเกิด
 
ไม่เกิดก็แค่ช่างมัน แต่ถ้าเกิดจริง อย่างน้อยญาติพี่น้องรอดก็โอเคในระดับหนึ่งล่ะนะ
 
 
บางคำทำนายที่ผมอ่านมา บอกว่าน้ำจะท่วมโลก ภูเขาไฟใต้ทะเลจะระเบิด โรคร้ายจะระบาด
 
คนบนโลกจะเหลือแค่ 10%... เอ่อ โดยส่วนตัว ผมว่ามันไม่น่าจะถึงขนาดนั้นนะ = =
 
ไม่ได้บอกว่า มันไม่มีโอกาสเกิดนะ แต่ผมคิดว่า
 
น่าจะมีการเปลี่ยนแปลงอะไรที่เป็นเรื่องใหญ่ๆบนโลกนี้แน่ๆ แต่คงไม่เหมือนคำทำนายแป๊ะๆ
 

ตอนนี้ที่ผมอ่านมา แล้วคิดว่าน่าสนใจ คือ เรื่องของนาย John Titor
 
 
ขอเล่าคร่าวๆละกัน คือ John Titor เป็นนามแฝงของใครคนหนึ่ง
 
ที่อ้างว่า ตนเองมาจากโลกอนาคตจากปี 2036 แล้วมาปรากฏในบอร์ดแห่งหนึ่ง เมื่อปี 2000
 
เขาบอกว่า เขาใช้ Time machine ย้อนมา...
 
 
โอเค ก่อนอื่น มันจะแตกเป็นความน่าจะเป็นสามข้อใหญ่ๆให้เลือก
 
1.  นาย John Titor มีตัวตนจริงๆ แต่เป็นแค่ไอ่ขี้โม้่ แต่งเรื่องเก่ง
 
2.  เรื่องของนาย John Titor นี้ทั้งหมด เป็นเรื่องแต่งจากใครคนใดคนหนึ่งในยุคปัจจุบัน
 
3. นาย John Titor มาจากอนาคตจริงๆ
 
 
โดยส่วนตัว ผมยังไม่ได้ตัดสินใจเชื่ออันไหน แต่ผมเชื่อว่า Time Machine เป็นสิ่งที่เป็นไปได้
 
เหมือนกับเครื่องบิน หลอดไฟ คอมพิวเตอร์ โทรศัพท์ และสิ่งรอบๆตัวหลายๆอย่างที่เราใช้อยู่นี้
 
 
ทุกอย่า่งล้วนเกิดจากจินตนาการก่อนทั้งนั้น ว่าเราอยากจะได้อย่างงู้น อย่างงี้
 
แล้วก็หาทางสร้างมัน ทำมันขึ้นมาได้ในที่สุด... Time Machine ก็เป็นหนึ่งในนั้นแน่นอน
 
ไม่เชื่อดูโดราเอมอนได้
 
 
ขนาดหุ่นยนต์เอง ก็มีตั้งแต่สมัยกรีก โรมัน...
 
แต่ว่ากว่าจะพัฒนา มาจนถึงขั้นมีระบบสมอง AI สั่งงานได้เอง
 
ก็ใช้เวลานานไปหน่อยแค่นั้นเอง

 
ถ้าคุณเกิดในยุคโบราณ แล้วดันมาเจอหุ่นยนต์ยุคปัจจุบัน เห็นเครื่องบินบรรทุกคนเป็นร้อยๆ
 
เห็นยานอวกาศ ทีวี โทรศัพท์ รถยนต์ฯลฯ... คุณคิดว่า จะเอ๋อแดก ใบ้กินไหมล่ะ?
 
 
ผมว่า Time Machine ก็คงเหมือนๆกัน.. แบบว่า ตอนนี้เราอาจจะรู้สึกเหมือนมันไม่มีทางทำได้
 
แต่ความน่าจะเป็นมันไม่ได้เข้าสู่ 0 หรอกนะ...คนในอนาคต เขาอาจจะทำมันได้ก็ได้
 
 
มีบางคนบอกว่า ถ้ามันมี Time Machine จริง มีคนมาแก้ไขอดีตจริง
 
โลกเราจะแย่แบบนี้เหรอ?... งั้นผมขอถามว่า เอ็งรู้เรอะ ว่าโลกที่แย่ๆที่คนในอนาคตเจอ
 
มันเป็นเรื่องอะไรยังไง? ถ้าเขากลับมาแก้อดีตจริงๆไปแล้ว
 
ตอนนี้อาจจะเป็นโลกที่ดีกว่าเดิมแล้วก็ได้

 
หรือว่าเขาอาจจะย้อนอดีตมาเที่ยวเฉยๆก็ได้..เพื่อไม่ได้เกิด Time paradox

 
หรือว่ามันอาจจะมีมิติอื่นๆอีกมากมายก็ได้
 
ที่เราอยู่ตรงนี้ อาจจะเป็นเพียงมิติหนึ่งในมิตินับล้านๆมิติก็ได้ ใครจะรู้
 

กลับมาเรื่อง นาย John Titor
 
 
ผมขอสมมุติว่า นาย John Titor เป็นมนุษย์ที่มาจากอนาคตจริงๆละกัน
 
เพราะถ้าเป็นข้ออื่น มันก็เขียนต่ิอไม่ได้น่ะสิ (แถมไม่สนุกด้วย)
 
 
มีคนถามนาย John ว่า:

Does anything happen in the year 2012?
 
นาย John ตอบว่า:
 
I've heard stories about the world ending.
In my 2012, I was 14 years old spending most of my time living, running and hiding in the woods and rivers of central Florida. The civil war was in its 7th year and the world war was three years away. Yes, there are unusual events in 2012 but they do not cause the world to end. Unfortunately, I have decided not to discuss events that you or I can do anything about. It is important that they be a surprise. Perhaps you are familiar with the story of the Red Sea and the Egyptians?
 
ขี้เกียจแปล เอาเป็นว่า ปี 2012 มันมีเรื่องประหลาดละกัน แต่ไม่ใช่จุดจบของโลก
 
 
แต่อีกเรื่อง ที่ผมว่าน่ากลัว คือเรื่องที่นาย John เขาบอกว่า ปี 2015 จะเกิดสงครามโลกครั้งที่สาม
 
คนจะตายประมาณสามพันล้านคน...
 
 
โอ... เกือบๆครึ่งโลกเลยนะนั้น... สงครามนิวเคลียร์แน่ๆ
 
มองดูความน่าจะเป็น คิดว่าชาติไหนจะเป็นคู่กรณีก่อสงครามโลกนะ?
 
 
ผมว่า หนึ่งตัวก่อเรื่อง ในนั้นมี "อเมริกา" แน่ๆล่ะ
 
ส่วนฝั่งตรงข้าม ผมว่า ถ้าไม่พี่ "จีน" ก็ "เกาหลีเหนือ" ล่ะนะ
 
 
เกาหลีเหนือ เขาเพิ่งเปลี่ยนผู้นำใหม่ด้วยนิ ก็ไม่รู้ว่าจะมีแนวคิดแบบไหนอะนะ = =
 
 
ผมอดนึกถึงวัยเด็กของตัวเองไม่ได้ สมัยตอน ม.ต้น ทุกเที่ยงหลังกินข้าว
 
ผมจะคลุกอยู่ในห้องสมุด อ่านหนังสือหลายๆอย่าง
 
หนึ่งในนั้นคือหนังสือเกี่ยวกับการเอาตัวรอดจากภัยนิวเคลียร์
 
จำเนื้อหาหลักๆได้บ้าง เพราะตอนนั้นเชื่อว่ามันอาจจะเกิดขึ้นได้
 
และผมก็อ่านหนังสือสัตว์ที่อาจจะเกิดขึ้นจากการกลายพันธุ์ เมื่อโดนรังสีจากนิวเคลียร์
 
 
รูปภาพสัตว์ที่เขาคาดว่าจะกลายพันธุ์ ผมยังจำรูปค้างคาวที่กลายพันธุ์ได้อยู่เลย..
 
ขอบอกว่า น่ากลัวอย่างกับสัตว์ประหลาด = ="

 
เอาละ ก็ชมกันต่อไป...
 
 
สงสัยปีนี้ บล็อกผมอาจจะกลายเป็นแนว "ต้องรอด" ก็ได้นะ 

 
ยังไงก็แล้วแต่...สวัสดีปีใหม่ย้อนหลังครับ ^ ^
 
 

Comment

Comment:

Tweet

เข้ามาอ่านแล้วถูกใจเรื่องนายJohn titorนี่ละ

#2 By 2521luck on 2012-01-23 21:55

คนนั้น กลัวภัยที่ยังมาไม่ถึง

ถ้าคิดว่า คนนั้นมีโอกาสตายทุกเวลา จะปลงได้

ไม่ต้องกลัวภัยไกลตัว ภัยใกล้ตัวเกิดทุกวัน

ออกจากบ้านอาจถูกรถชนตายกะได้ จริงไหม

sad smile Hot!

#1 By ปิยะ99 on 2012-01-06 16:28